“ข้อจำกัด หรือ ข้ออ้าง ”

ณ องค์กรยักษ์ใหญ่ แห่งหนึ่ง ใจกลาง กทม.

ในห้องประชุมแห่งเดิม ชั้น 28

สมชาย กำลังปวดหัว กับ “ผลงาน” ของลูกน้อง

และนี่ก็เป็นอีกครั้ง ในการ “ทบทวนแผนงาน” ประจำปี

เป้าหมายที่ “วางไว้” ก็พลาดเช่นเคย

คนในทีม ก็มีมากมาย ไม่ขาดแคลน

“งบประมาณ” ก็ขอมาให้แล้ว ไม่อั้น

ทุกคนก็ดูตั้งใจทำงาน กลับบ้านกันดึกๆดื่นๆ

แต่ทำไม ผลงานจึง “ขาดทุน” อยู่ร่ำไป

“เหตุผล” ของการพลาดเป้า มีให้แก้ตัวกันได้เรื่อยๆ

จะเปลี่ยนคนทำงาน ณ ตอนนี้ ก็ดูจะยังไม่เหมาะสม

สมชาย ต้องการ “ที่ปรึกษา”

เขามาหา “เพื่อนคนเก่ง” ที่พึ่งพาได้เสมอ

คุณ คือ “เพื่อน” ของสมชาย

คุณจะช่วยเขาอย่างไร

เมื่อสมัยผม เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด ประเทศอเมริกา

มีอาจารย์ท่านหนึ่ง เป็นขวัญใจนักเรียนหมู่มาก

ชื่อว่า “ทีน่า ซีลิก (Tina Seelig)” ครับ

ทีน่า เขียนหนังสือขายดีมากมาย หลายเล่ม

เล่มหนึ่งที่คนไทยรู้จักดีมีชื่อว่า

“น่าจะรู้อย่างนี้ ตั้งแต่อายุ 20”

หนังสือ ขายดีตลอดกาล ของสำนักพิมพ์ We Learn

ทีน่า สอนวิชา “ผู้ประกอบการ (Entrepreneurship)”

ในชั้นเรียนครั้งแรก ทีน่า มักจะให้โจทย์ “ฝึก” การเป็นผู้ประกอบการทันที

“ฉันให้เงินพวกคุณ 5 ดอลลาร์ ให้เวลาพวกคุณสองชั่วโมง

จงออกไปนอกชั้นเรียนทำให้เงินงอกเงย วิธีใดก็ได้ เดี๋ยวเจอกัน”

เงินก้นถุง 5 ดอลลาร์ กับ เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง

เป็น “ข้อจำกัด” ที่บังคับ ให้เราต้องคิด “นอกกรอบ”

ตอนแรก เด็กนักเรียนอย่างเราๆ ก็ร้อง “โอดครวญ” กันใหญ่

คิดว่า จะทำได้ไงเนี่ย สร้างธุรกิจด้วย เงินแค่นี้

แต่ปรากฏว่า มีนักเรียนหลายต่อหลายคน หาเงินได้เกิน หนึ่งร้อยดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง สองชั่วโมง

ที่น่าสนใจคือ คนที่ทำเงินได้เยอะ จะไม่ได้ใช้เงิน “5 ดอลลาร์” ที่ให้มาด้วยซ้ำ

เขาคิดใหม่เลยว่า “ถ้าไม่มีเงินสักบาท จะทำธุรกิจได้อย่างไร”

พอพลิกมุมคิด วิธีการใหม่ๆ ก็เปิดออก

ก็ ธุรกิจ “บริการ” ไง

บางคนไปรับจ้าง สอนหนังสือ สั้นๆ

บางคนไปรับจ้าง “ต่อคิว” ซื้อกาแฟร้านดังในเมือง

คนที่ทำ “เงิน” สูงสุด หัวหมอมาก

เอาเวลาที่เขาได้ในการ “นำเสนอ” งานตอนจบชั้นเรียน ไปขายให้บริษัทแถวนั้น

ให้บริษัทเขามานำเสนอบริษัทตัวเอง ชวนเด็กไปทำงาน ซะงั้น

ได้เงินมา หลายร้อยเหรียญ เลยทีเดียว

คนเราเมื่อมี “ข้อจำกัด”

หลายครั้งก็ “สร้างสรรค์” งานได้อย่างไม่น่าเชื่อ

บทเรียนแรกๆของเรื่อง “ผู้ประกอบการ”

ไม่มีเงิน ไม่ใช่ประเด็น ในการทำธุรกิจ

เป็นเพียง “ข้ออ้าง” เท่านั้นเอง

“อดัม แกรนท์” อาจารย์ชื่อดังที่มหาวิทยาลัย “วอร์ตัน”

โรงเรียนธุรกิจอันดับต้นๆ ของโลก จาก รัฐเพนซิลวาเนีย

เคยเขียน ข้อสังเกตหนึ่ง ไว้ในหนังสือ “ออริจินัล (Originals)” ของเขา อย่างน่าสนใจ

เขาค้นเจอข้อมูลว่า ผู้ประกอบการที่ ประสบความสำเร็จ หลายคน

หรือ คนที่ทำอาชีพที่อาจจะดูไม่มั่นคง ไม่เหมือนคนหมู่มาก เช่น นักแสดงตลก นักกีฬาเบสบอล นักกีฬารักบี้ที่มีความเสี่ยงจะได้รับบาดเจ็บมากกว่า นักกีฬาชนิดอื่นๆ

คนเหล่านี้มักจะเป็น “ลูกคนเล็ก”

ถามว่า ทำไม

ศึกษาไป ศึกษามา ก็พบว่า

หนึ่ง ผู้ปกครองมักจะ ตื่นเต้นกับ “ลูกคนแรก” มากกว่า

มี กฎระเบียบ อะไรมากมาย จะจัดการ ให้ คนแรก อยู่กับร่องกับรอย

แต่ เมื่อเวลาผ่านไป มีลูกหลายคนเข้า

ก็มักจะ ลดความเข้มงวดลง

ทำให้ “ลูกคนเล็ก” มีอิสระ จะทำอะไรได้มากกว่า ลูกคนโต ที่ดูจะเป็น “ต้นแบบ” ของครอบครัว

ข้อสอง ทำไมหนอ ลูกคนเล็ก จึงกล้าเสี่ยง นอกกรอบ มากกว่า ลูกคนโต

เพราะ ลูกคนเล็ก จะเด่นได้ ต้องทำตัว “แตกต่าง” จากพี่ๆ

ลูกคนโต พี่ใหญ่ ตัวโตกว่า เรียนสูงกว่า ฉลาดกว่า ทำอะไรได้เยอะกว่า เสมอ

น้องคนเล็ก จะเด่น ได้ความสนใจ จากคนรอบข้าง

ต้องหาทางทำอะไรที่ “แตกต่าง” ภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งสู้ “พี่” ไม่ได้

ข้อจำกัด ผลักดัน ให้พวกเขาต้อง “คิดนอกกรอบ”

แจค มา (Jack Ma) นักธุรกิจชาวจีน ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก

เคยให้สัมภาษณ์ ไว้ว่า

ผมโชคดี สองอย่าง จึงทำให้ประสบความสำเร็จ

หนึ่ง ผมไม่มีความรู้เรื่อง “เทคโนโลยี”

ของที่ทำขึ้นมาทุกอย่าง ถ้าผมใช้เป็น คนทั่วๆไป ก็ควรจะใช้เป็น

ผมจึงเป็น “บททดสอบ” ที่ดีของ ผลิตภัณฑ์ อาลีบาบา ก่อนจะออกสู่ตลาด

สอง ผมมี “เงินน้อย” ตอนเริ่มทำธุรกิจ

ทำให้ ทุกบาท ทุกสตางค์ที่จะต้องใช้ ต้องคิดแล้วคิดอีก

ไม่ได้ใช้เงินเหมือน ลูกคนรวย ชาวจีนหลายคน

ที่ทำธุรกิจ ลงเอย เจ๊งทุกราย เพราะคิดไม่ถี่ถ้วน ไม่รอบคอบ

“ข้อจำกัด” ทำให้ผมต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น

ทำให้ผม ประสบความสำเร็จ มาจนทุกวันนี้

นึกคำแนะนำให้ สมชาย เพื่อนรัก ออกรึยังครับ

“ลองให้เงิน 5 ดอลลาร์ และ เวลาสองชั่วโมง” ดูมั้ย

เผื่อลูกน้อง จะ “คิดนอกกรอบ” ดูบ้าง

“ข้อจำกัด” ช่วยให้สร้างสรรค์งาน “นอกกรอบ” ได้

นี่แหละ หลักการสร้างสรรค์ จาก ข้อจำกัด ที่เรียกว่า Creative Constraint ที่มีอยู่จริง อาวุธลับ ของ “มวยรอง” โดยแท้

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร
ต้อง กวีวุฒิ เจ้าของเพจแปดบรรทัดครึ่ง พนักงานประจำที่ชอบทำงานไม่ประจำ ผู้ริเริ่มนำ “DESIGN THINKING” วิธีการสร้างนวัตกรรมจาก ซิลิคอน วัลเลย์ มาใช้ในองค์กรชั้นนำของไทย และเป็นอาจารย์ไม่ประจำ ที่สอนเรื่องนี้เป็นประจำที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รักการอ่าน การเขียน เป็นชีวิตจิตใจ