“คำถาม ที่ไม่ต้องให้ใครมาตอบ”

ณ ห้องประชุมแผนกลยุทธ์ของบริษัทพลาสติก ยักษ์ใหญ่ เจ้าตลาด

“โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ธุรกิจไหนที่เราควรจะมุ่งไปดี”

ซีอีโอ ผู้นั่งอยู่หัวโต๊ะ เปิดการประชุม

คำถามยาก แบบนี้ บวกกับ ห้องประชุมที่ดู “โคตร” จะทางการ

ทำให้ “เสียงแอร์ดัง” อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

จนมี สมาชิกทีม “นวัตกรรม” คนหนึ่งจากแถวหลัง ยกมือขึ้น

“เราลองทำพวก ยา ดูดีมั้ยครับ

ผมคิดว่า วัตถุดิบของเรา ถ้าลองศึกษาเพิ่มเติม

อาจจะสร้าง มูลค่าเพิ่มได้มากกว่า ที่เราใช้เป็นพลาสติก ในปัจจุบัน”

ผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่ง ที่เมื่อกี้นั่งเงียบสนิท ไม่มี “ความคิด” มาเสนอ

คราวนี้กลับ “ตื่นตัว” ยกมือออกความเห็นทันที

“เธอเป็นเภสัชกรหรือ ?”

สมาชิกทีมนวัตกรรมผู้นั้น ถึงกับ ผงะ และ รู้ถึง “ชะตากรรม” ของตัวเองทันที

“พี่ว่า เธอควรจะทำการศึกษาให้ดีเสียก่อน จะนำเสนออะไรที่ดู เป็นไปไม่ได้แบบนี้นะ”

ผู้บริหารระดับสูงอีกท่าน นั่งติดๆกัน กับท่านแรก กล่าวเสริม

“จริงครับ น้องเขายังไม่มีประสบการณ์อย่าไปถือสาเลยครับ

ผมคิดว่า เราจ้างที่ปรึกษาเจ้าเดิมมาอัพเดท สถานการณ์ตลาด เทรนด์โลก

และให้เขาแนะนำเราดีมั้ยครับ”

………………………………………………………

สมมุติว่า บริษัทคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

คุณรู้ว่า ธุรกิจของคุณนั้นต้อง ปรับตัว ให้ทันกับกระแสโลก

และ ถ้าคุณสามารถถามคำถาม “กูรู” คนไหนก็ได้ในโลกนี้ ว่าคุณควรจะก้าวไปทางไหนต่อ

คุณจะถามใครครับ

เชื่อว่า ชื่อของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จหลายคน คงจะอยู่ในความคิดของคุณ

สตีฟ จ็อปส์ เจ้าพ่อมือถือ iPhone

แลรี่ เพจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Google

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ติดต่อเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกผ่าน Facebook

และ บิล เกตส์ มหาเศรษฐี ผู้ก่อตั้ง Microsoft

“กูรู” ระดับโลก ทั้งนั้น พูดอะไรมา เราก็คงจะต้อง “เชื่อ”

จริงแท้ แน่หรือ

บิลเกตส์ เคยให้สัมภาษณ์เมื่อหลายสิบปีที่แล้วว่า

“No one will need more than 637kb of memory for personal computer”

(ไม่มีใครหรอกที่จะต้องการมากกว่า 637kb ของหน่วยความจำในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล)

ทุกวันนี้ เราคงจะทราบกันดีว่า

วันนี้ หน่วยความจำมากกว่า 637 kb เป็นร้อยเป็นพันเท่า

ก็ยังไม่พอ ความต้องการของมนุษย์ในยุคนี้

บิล เกตส์ “กูรู” แห่งยุคสมัย คิดผิดถนัด

เมื่อปี 1994

ชายหนุ่ม นักการเงินจาก “วอลล์ สตรีท” คนหนึ่ง

เพิ่งจะลาออก จากบริษัทการเงิน

ทิ้งเงินเดือน หลายแสนบาท

เพื่อมาทำธุรกิจ “การขายของในอินเตอร์เน็ท”

ชายผู้นั้นมีนามว่า “เจฟ เบซอส (Jeff Bezos)”

เขาตั้งชื่อเวปไซต์ของเขาว่า “อเมซอน (Amazon.com)”

ลองนึกย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

หากมีคนมาถามเราว่า

“คุณยินดีจะซื้อของจากหน้าเวปไซต์หรือไม่”

ใครหลายคน ก็คงจะ  “ตอบด้วยคำถาม” ประมาณว่า

“แล้วจะมั่นใจอย่างไรว่าจะไม่โดนโกง”

“จะจ่ายเงินอย่างไร”

“แล้วของมันจะส่งมาถึงบ้านเราใช้เวลานานแค่ไหน”

คำถามมากมาย ที่ประดังเข้ามา พอจะสรุปได้ว่า

“ฉันคงไม่กล้าใช้หรอก ของพวกนี้”

และแน่นอน “กูรู” ทั้งหลายในโลกยุคนั้น

ก็ยังคง “ตั้งคำถาม” ที่ดูฉลาด เหล่านี้ กับ “ธุรกิจการซื้อขายของทางอินเตอร์เน็ท”

จน ผู้ประกอบการ คิดการใหญ่หลายคนที่หลงเชื่อคำพูด ถอดใจเอาง่ายๆ

หากแต่ว่า “เจฟ เบซอส” ผู้นี้ มี “วิธีการ” ที่แตกต่างออกไป

เขาเกิดคำถามเช่นเดียวกัน

“คนเราจะกล้าซื้อของออนไลน์จริงหรือ”

แทนที่เขาจะถาม “กูรู”

เขากลับลงมือสร้าง “เวปไซต์” ง่ายๆขึ้นมาทันที

เริ่มต้นที่การ “ขายหนังสือ”

เขายังไม่ได้มีการเคาะตัวเลขทางการเงินแต่อย่างใด

หรือ แม้แต่คุยกับ “สำนักพิมพ์” เจ้าของหนังสือชื่อดัง

สิ่งที่เขาอยากรู้มีเพียงอย่างเดียว

“คนเรากล้าซื้อหนังสือผ่านเวปไซต์หรือไม่”

หากมีใครสั่งซื้อหนังสือเข้ามาทางเวปไซต์

เจฟ เบซอส จะรีบวิ่งออกไปซื้อหนังสือจากร้านหนังสือใกล้ๆ

แพคใส่ซองจดหมาย แล้วจัดส่งออกไปตามที่ ที่ลูกค้าต้องการ

แค่นั้นเอง

เป็นการ “ทดสอบ” เบื้องต้น ว่า ลูกค้า “ยินดี” จะซื้อของออนไลน์อยู่เหมือนกัน

สวนทางกับ “คำทำนาย” ของกูรู ทั้งหลาย โดยสิ้นเชิง

เมื่อเกิด ”คำถาม” กับสมมุติฐานใหม่ๆ  

เจฟ เบซอสเลือกที่จะ “ทดลอง” ให้เห็นด้วยตาตัวเอง อย่างรวดเร็ว ไม่ใช้เงินมากมาย

มากกว่า ที่จะเสียเงิน เสียเวลา ไปถาม “กูรู”

ที่ส่วนมากแล้ว ใช้ประสบการณ์ใน “อดีต”

มาตัดสิน “อนาคต”

ปัจจุบัน “อเมซอน” คือ ร้านขายของออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน อเมริกา 

ขายไม้จิ้มฟัน ยันเรือรบ

ส่งถึงที่ภายในไม่กี่วัน ราคามิตรภาพ

คำถามยากๆ ที่ เจฟ พยายามหา “คำตอบ” ด้วยดัวเอง ในวันแรก

มีรางวัลเป็น บริษัทของตัวเอง มูลค่า หลายแสนล้าน บาท

ย้อนกลับมาที่ห้องประชุม บริษัทยักษ์ใหญ่

“ดีเลย เราเรียกที่ปรึกษาเจ้านี้ เข้ามาคุยให้เราฟัง เพื่อความรอบคอบ ดีกว่า”

ผู้บริหารระดับสูง อีกท่านหนึ่งกล่าวเสริม พร้อมยิ้มกว้าง

ราวกับปัญหาหนักอก ได้ถูกแก้ไข คลี่คลายไปแล้ว

ทันใดนั้นซีอีโอ เหมือนจะนึกอะไรออกหนึ่งหนึ่ง

แล้ว พูดออกไปกลางวง

“ปีที่แล้ว เขามาพูดไปแล้วนี่”

คุยไปเรื่อยๆ ประชุมกันไปเรื่อยๆ ปีแล้วปีเล่า

จะลงมือทำเมื่อไร ค่อยเรียกใช้ผมนะครับ หัวหน้า

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร
ต้อง กวีวุฒิ เจ้าของเพจแปดบรรทัดครึ่ง พนักงานประจำที่ชอบทำงานไม่ประจำ ผู้ริเริ่มนำ “DESIGN THINKING” วิธีการสร้างนวัตกรรมจาก ซิลิคอน วัลเลย์ มาใช้ในองค์กรชั้นนำของไทย และเป็นอาจารย์ไม่ประจำ ที่สอนเรื่องนี้เป็นประจำที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รักการอ่าน การเขียน เป็นชีวิตจิตใจ