“คำแนะนำการเลือกงานจาก ชายที่รวยที่สุดในโลก เจฟ เบซอส”

กริ๊ง กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น

ผมหยิบมือถือขึ้นมา เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย

พอกดรับ ก็ปรากฏเป็น น้องคนหนึ่ง ที่ไม่ได้คุยกันมานาน

“พี่ต้อง เทมส์ เอง

ที่เคยมาเรียนเรื่อง Leadership กับพี่ เมื่อ สามปีที่แล้วไง

จำได้ป่าว”

เรื่องหลายเรื่อง ผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไป

คนหลายคน ผ่านเข้ามา ในชีวิต แล้วก็ผ่านไป

จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

แต่บอกเลย อย่างภาคภูมิใจครับ

ถ้าเป็น น้องๆที่ผมเคยสอนหนังสือด้วย ส่วนใหญ่แล้ว

90% จำได้ครับ

“เฮ้ย เทมส์ จำได้ดิ เป็นไงมั่งเนี่ย”

เทมส์ ตอบ “ดีพี่ ผมเรียนจบแล้วนะครับ กำลังจะสัมภาษณ์เป็นนักบินพี่”

“เยี่ยมเลย แล้วนี่ โทรมามีไรให้ช่วยป่าว” ผมถาม

“ก็เรื่อง สัมภาษณ์ นี่แหละพี่ เตรียมตัวมาเยอะแล้ว แต่ก็ยังประหม่าอยู่

พี่มีวิธีแนะนำมั้ย ทำยังไง ไม่ให้ประหม่า”

ดีใจที่น้องอุตส่าห์นึกถึง

ผมใช้เวลาคิดแป๊บนึง ถึงประสบการณ์ของตัวเอง

 แล้วก็แนะนำเขาไปว่า

……………………………….

เมื่อเดือนก่อน มีการประชุมผู้ถือหุ้น ที่มีผู้สนใจเข้าฟังมากแห่งหนึ่งเกิดขึ้น

ไม่ใช่ที่เมืองไทย แต่เป็นที่ “อเมริกา”

บริษัท อเมซอน (Amazon) ธุรกิจ e-commerce ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา

และ คลาวด์ เซอร์วิส (Cloud Servce) ที่ สตาร์ทอัพ กว่า 80% ทั่วโลกต้องใช้

เจฟ เบซอส (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอขงอบริษัท ได้ออกจดหมายถึงผู้ถือหุ้น

มีใจความที่น่าสนใจ บอกเล่าเรื่องราว หลักการทำงาน ของตัวเขาเอง

สองเรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก เกี่ยวกับเรื่องของการ “ตัดสินใจ”

ขอเริ่มด้วยคำถามครับ

คุณคิดว่า เราควรจะมีข้อมูลมากแค่ไหน ในการตัดสินใจ ให้ดีที่สุด

ให้เวลาคิด 3 วินาที

เชื่อว่า หลายคนยังงง กับคำถาม และ ยังตอบไม่ได้

“เอ้า ก็ถ้ามันมีข้อมูลได้มากที่สุด ก็ยิ่งดีสิ การตัดสินใจจะได้รอบคอบ ถูกต้อง” หลายคนอาจคิดแบบนี้อยู่

แต่ Jeff Besoz บอกว่า ไม่ใช่ครับ

เขาแนะนำว่า “คุณควรจะตัดสินใจเมื่อมีข้อมูลประมาณ 70% ที่คุณอยากจะได้”

เพราะใน ชีวิตจริง การจะได้ข้อมูล 90% ขึ้นไปนั้น เป็นเรื่องยากมาก

เป็น “โลกเสมือนจริง” ที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ คิดว่ามีอยู่ อยากให้เกิดขึ้น

ยิ่ง “รอบคอบ” ยิ่งดี

หากแต่ว่า ผู้บริหารหลายท่าน อาจจะหลงลืมไปว่า

การได้มาซึ่ง “ข้อมูล” นั้น ต้องแลกมาด้วย “ต้นทุน” อย่างแรกสุด

คือ “เวลา” ที่เสียไปกับการ “หาข้อมูล”

ในโลกยุคนี้ ที่อะไรๆ ก็ดูจะรวดเร็วไปเสียหมด

การใช้เวลาหาข้อมูล มานั่งประชุม ถกเถียงกัน

จึงเป็น “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ที่จะได้ลงมือทำเพื่อ “ทดลอง” หาความรู้ใหม่ๆ

ซ้ำร้าย หลายองค์กร ที่ต้องการ ข้อมูลมากๆ ป้องกันความผิดพลาด ในการตัดสินใจ

ก็มักจะจบด้วยการไปจ้าง “ที่ปรึกษา” กูรูมากมาย มาเล่านู่นนี่ให้ฟัง

หลายครั้ง “เสียเงิน” หลายล้านบาท เพียงเพื่อได้ ข้อมูล บางอย่าง

ซึ่งจริง หรือ ไม่จริง ก็ไม่อาจรู้ได้

สิ่งที่ได้ อาจจะเป็นเพียงแค่ “ความสบายใจ” ที่จะตัดสินใจ แค่นั้น

จ้างที่ปรึกษา คือ “รอบคอบ”

การลงมือ ลองผิดลองถูก แม้หลายครั้งอาจจะใช้เงิน น้อยกว่า กลับถูกมองว่า “ผิดพลาด”

เป็นเรื่องที่ องค์กรใหญ่ๆ รับไม่ได้

เจฟ เบซอส เชื่ออย่างแรงกล้าว่า โลกนี้ไม่มี “ข้อมูล” ที่สมบูรณ์แบบ

เพื่อไมให้ องค์กร เดินช้า ตามโลกไม่ทัน

จงตัดสินใจ เมื่อมีข้อมูล 70%

เรื่องที่สอง เขาพูดเกี่ยวกับเรื่อง “ประตู” ที่มีสองทางเสมอ

เจฟ บอกว่า คนส่วนใหญ่ มักจะมองว่า การต้องเลือกอะไรสักอย่าง เป็นเรื่อง “ถาวร” ทำให้ไม่กล้าตัดสินใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่อง “การเลือกอาชีพ”

หลายคน อยากจะลาออกจากการเป็น “พนักงานประจำ” เพื่อมาเป็น “ผู้ประกอบการ”

แต่ก็กลัวว่า ถ้าออกมาแล้ว ทำไม่สำเร็จ จะต้องเป็น บุคคลล้มเหลว ตลอดไป

เขาพบว่า มันเป็นเพียงความเชื่อผิดๆ ของคนที่ “ไม่กล้าตัดสินใจ” เท่านั้นเอง

เขาเห็นผู้คนมากมาย ที่ออกจาก “งานประจำ” เพื่อมาลองเป็น “ผู้ประกอบการ”

แม้จะไม่ประสบความสำเร็จดีนัก แต่ก็สามารถใช้ประสบการณ์การเป็น “ผู้ประกอบการ”

นำกลับไปใช้เมื่อสมัครเป็น “พนักงานประจำ” อีกครั้ง ที่ตำแหน่งสูงขึ้น ได้อีก

การตัดสินใจ หลายๆครั้ง เป็นเหมือน “ประตู” ที่เดินเข้าไป แล้วก็สามารถเดินออกได้ ถ้าพบว่าอีกฟากของประตู เมื่อเห็นด้วยตาของตัวเอง มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด อย่างที่คนอื่นเล่าให้ฟัง

เมื่อคุณคิดได้เช่นนี้แล้ว การตัดสินใจหลายๆอย่างในชีวิต ก็จะเป็นเรื่องที่ “ไม่น่ากลัว” จนเกินไปนัก

ตอนที่ เจฟ เอง ออกจากงานประจำรายได้ดีที่ “วอล สตรีท” เขาเองก็กล้าๆ กลัวๆ

แต่ก็ให้เวลากับตัวเองชัดเจนว่า “ถ้าสามปี ทำธุรกิจแล้วไม่สำเร็จ ก็จะกลับไปเป็นพนักงานประจำ”

ทำให้เขารู้สึก “เป็นอิสระ” และลงมือทำได้เต็มที่ แถม ไม่เครียดจนเกินไป

ประตูเข้าได้ หลายครั้งก็ออกได้

ความผิดพลาด หลายครั้ง ก็เป็น “แรงใต้ปีก” ทำให้เราเก่งขึ้น โดยไม่รู้ตัว

ลองได้ “ลงมือทำ” สิ่งที่ฝันไว้ ไม่ว่าจะสำเร็จ หรือ ล้มเหลว

ประโยชน์ ที่เกิดขึ้นกับ “ชีวิต” มักจะมุมที่เรานึกไม่ถึง เสมอ

ชีวิตเป็นเรื่องสนุก ล้มได้ พลาดได้ เริ่มใหม่ได้

จงใช้ให้เต็มที่

ผมบอกกับ เทมส์ ว่า

“อย่าคิดว่า ถ้าไม่ได้ แล้วทุกอย่างจะไม่ดีไปเสียหมด”

ผมจำได้ว่า ตอนที่เพิ่งเรียนจบ จะเครียดมากเรื่อง ที่ทำงาน

ตั้งสมมุติฐานไปเอง ต่างๆนานา

ถ้าเราได้เข้าทำงานที่นี่นะ ชีวิตเราจะดี๊ดี อยู่ได้ยาวๆ

พอทำงานมาได้สิบกว่าปี ก็พบว่า “ไม่มีงานอะไรเลย ที่ไม่มีปัญหา”

ทุกสิ่งจะดี ไม่ดี อยู่ที่ “ทัศนคติ” ของเราเอง

ถ้าเราไม่ได้งานนี้ งานอื่นๆ ก็ยังมีอีกมากมาย ที่เราสามารถทำ และ มีความสุขกับมันได้

งานแรก ไม่ใช่ ประตู ที่เข้าได้ แล้ว ออกไม่ได้

ประตูแรก เข้าไม่ได้ ก็ยังมีประตูอีกหลายบาย รอให้เราไปเปิดดู

ถ้าคิดได้ แบบนี้ รับรองว่า “ไม่ประหม่า”

“สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ”

ทัศนคติ ของ คนโลกสวย ที่ สร้างสรรค์โลกให้งดงาม