“ซัมซุง เริ่มต้นมาจากอะไร”

ปี 1938 ณ ประเทศเกาหลี

ย่านชายฝั่งทะเล ในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง

ปรากฏ ชายผู้หนึ่ง นามว่า “ลี”

ลีเป็นขายหนุ่มร่างเล็ก ตาชั้นเดียว

เขามีความฝันที่ยิ่งใหญ่ อยากจะสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

สร้างชื่อของตัวเอง ออกไปทั่วโลก

เขาเริ่มทำธุรกิจ ในปีนั้น

ด้วยการส่งออก “ปลาแห้ง” ไปขาย ณ ต่างประเทศ

ต่อด้วย พืช ผัก ผลไม้ ต่างๆ นานา ที่ประเทศเกาหลีมี

ส่งออกไปขายยังหลายประเทศ หลายทวีป

ธุรกิจโตขึ้น มีลูกน้อง ประมาณ 40 คน

10 ปีผ่านไป เขาย้ายสำนักงาน กลับเข้าไปอยู่ที่ “กรุงโซล” เมืองหลวงของเกาหลีใต้

ทำได้สักพัก ก็เกิด “สงความเกาหลี” ขึ้น

เขาต้องระหก ระเหิน ไปอยู่อีกเมืองหนึ่ง

ธุรกิจส่งออก “อาหาร” ก็ดูจะลำบากขึ้นเรื่อยๆ

ท่ามกลาง “สงครามเกาหลี” ที่กำลังจะระอุ

“นายลี” จะทำอย่างไรเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด

ถ้าพูดถึงโทรศัพท์มือถือ ในยุคสักเมื่อสิบกว่าปีก่อน

รับรองว่า ทุกคนต้องรู้จักบริษัทมือถือที่มีชื่อว่า “โนเกีย”

รุ่นชื่อดัง ก็เห็นจะเป็น Nokia 3310

พูดปุ๊บ หลายคนน่าจะจำได้ 

เชื่อว่า อาจจะเป็น โทรศัพท์มือถือ เครื่องแรกของใครหลายคน

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงปี 2007 ก็เกิดปรากฏการณ์ขึ้น

“สตีฟ จ็อปส์” แห่งบริษัท “Apple” ก็ปล่อย โทรศัพท์มือถือ ทีเปลี่ยนโลกใบนี้ไปตลอดการ

มีชื่อว่า “I-Phone”

เป็นโทรศัพท์มือถือ ที่เล่นอินเตอร์เน็ท โหลดแอ็พ ได้จริงจัง

เป็นเครื่องแรกของโลก

ส่งผลให้บริษัท “Apple” กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับต้นๆของโลก

มาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนบริษัท Nokia นั้นถูกบริษัท Microsoft ซื้อไปเมื่อปี 2013 ด้วยราคาถึง เจ็ดพันล้านเหรียญสหรัฐ

หรือ ประมาณ สองแสนล้านบาท

จนเมื่อปี 2015 สตีฟ บาลเมอร์ CEO ฝีปากกล้าของ Microsoft ออกมายอมรับต่อสาธารณชน

ว่า การซื้อบริษัท Nokia เมื่อสองปีก่อนนั้น ถือว่าเป็น “ความผิดพลาด”

Microsoft จ่ายเงินสองแสนล้านไปแล้ว แต่กลับ ไม่สามารถสร้างธุรกิจ “โทรศัพท์มือถือ” ขึ้นมาอย่างที่คิดได้

หรือว่า แอปเปิ้ล จะไร้ซึ่งคู่แข่ง

……………………………

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายท่านคงจะรู้ว่า “ไม่จริง” หรอก

เพราะปัจจุบัน บริษัทที่ครองตลาด “โทรศัพท์มือถือ” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ไม่ใช่ “แอปเปิ้ล” อย่างที่หลายคนคิดกัน

แต่เป็นบริษัทจากทวีปเอเชีย มีชื่อว่า “ซัมซุง”

ปัจจุบันที่ ส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในโลกถึง “20%” ด้วยกัน

“ซัมซุง” ทำได้อย่างไร

มีหนังสือหลายเล่มเขียนไว้เกี่ยวกับ วิธีการทำงานของ “ซัมซุง”

แต่ เล่มที่ผมเพิ่งอ่านจบไปมีชื่อว่า “The Samsung Way” เขียนโดยชาวเกาหลีสองคน

ที่น่าสนใจคือ ปกหลัง มี “คำนิยม” จากบุคคลสองคน

คนแรกคือ “เจฟ อิมเมลท์ (Jeff Immelt)” ซีอีโอ คนปัจจุบันของบริษัท GE

อีกคนคือ “โอ ฮุน ควัน” ซีอีโอของบริษัท ซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์

ทั้งสองคน ชื่นชมหนังสือ เล่มนี้อย่างออกหน้าออกตา

ผมอ่านจบ ก็พบว่า มีเรื่องราวน่าสนใจ อยู่หลายอย่าง ซึ่งวันนี้จะขอแบ่งปันกับท่านผู้อ่านครับ

เรื่องแรก

ซัมซุง พิถีพิถันเรื่องการ “เลือกคน” มาก

เขาบอกว่า “วิศวกร” เก่งๆหนึ่งคน

สร้างมูลค่าให้กับบริษัทได้ เป็นร้อยๆเท่า ของ วิศวกร ธรรมดาๆ คนหนึ่ง

เชื่อมั้ยครับ แนวคิดข้างต้นนี้ ตรงเป๊ะกับ แนวคิดของบริษัทชื่อดังอีกแห่งหนึ่งเลย

นั่นคือบริษัท “กูเกิ้ล (Google)”

ในโลกของ “เทคโนโลยี” ที่การเขียนโปรแกรมที่แตกต่างเพียงเล็กน้อย

อาจจะเป็น “ความเป็นความตาย” ของบริษัทนั้นๆ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

การให้ความสำคัญกับการ “เลือกคน”

และการ “ตบรางวัล” ให้คนที่มีความสามารถ จนออกหน้าออกตานั้น

เป็นสิ่งที่ “พึงกระทำ”

สิ่งนี้ ไม่ค่อยจะมีให้เห็นในเมืองไทย ที่มักจะ “หมั่นไส้” กัน เวลาเห็นเพื่อนในระดับเดียวกัน ได้ค่าตอบแทนมากกว่า

เรื่องเหล่านี้สุดท้าย ก็มาจาก “วัฒนธรรม” ขององค์กร

ว่าให้ความสำคัญกับ “ผลงาน” หรือว่า “อายุงาน”

อันนี้ลอง “ตรวจสอบ” องค์กรตัวเองดูก่อนได้ครับ

เรื่องที่สอง

“ความเร็ว” สำคัญมาก

เขาบอกว่า โลกยุคนี้ การขาดทุนจาก “การพลาดโอกาส” ดีๆ ปล่อยให้หลุดลอยไป

มีผลมากกว่า การขาดทุนจากการซื้อมา ขายไป ด้วยซ้ำ

นั่นหมายความว่า หากคิดอะไรได้ จงลองทำอย่างรวดเร็ว ผิดซะ ยังดีกว่า ปล่อยให้คู่แข่งเอาไปทำก่อน

ซัมซุงนั้น ตั้งใจสร้าง “สถาบันวิจัย (R&D)” เอาไว้ใกล้ๆกับ “โรงงาน (plant)” เสมอ

ทำไมน่ะหรือครับ

ก็เพื่อ “ทดลอง” สร้าง “ความคิด” จากการวิจัย ออกมาให้เป็น “ต้นแบบ (Prototype)” อย่างรวดเร็ว นั่นเอง

คิดแล้ว ลงมือทำเลย ไม่ต้องใหญ่โต แล้วนำไป “ทดสอบ” ตลาด

ซัมซุงนั้น มีวิธีการทดสอบตลาดที่น่าสนใจ และ เป็นข้อได้เปรียบ บริษัทอื่นๆ

นั่นคือ มีการทำงานร่วมกันระหว่าง “บริษัทลูก” ภายใต้ แบรนด์ของ “ซัมซุง” อย่างใกล้ชิด

บริษัท ซัมซุง ที่ผลิต “Semiconductor” หรือ บริษัท ซัมซุงที่ผลิต “หน้าจอ (Display)”

ลองได้ทำของใหม่ๆออกมาจากการ “วิจัย” แล้ว

เขาจะฝาก บริษัท ซัมซุง มือถือ (Mobile) เอาไปใช้ก่อน เพื่อดูสิว่า “ลูกค้า” ชอบมั้ย

ต้องปรับตรงไหน อย่างไรบ้าง

ความสามารถในการสร้าง “ความคิด” ออกมาเป็น “ต้นแบบ”

พร้อม ทดสอบ “ตลาด” ได้อย่างรวดเร็ว นี่แหละ คืออาวุธลับของ “ซัมซุง”

ที่ทำให้เขา “ผงาดง้ำค้ำโลก” ได้มาจนถึงทุกวันนี้

เรื่องราวของซัมซุง ยังมีอีกมากมาย ไว้ขอมาเล่าให้ฟังรอบหน้า

นายลี ชาวเกาหลี คนเดิม

ชื่อเต็มว่า “ลี บอง ชุล” เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทส่งออก “ปลาแห้ง” แห่งนี้

เขาให้ชื่อมันว่า “ซัมซุง”

ผ่านกาลเวลา สภาพแวดล้อม ที่เปลี่ยนผัน

จากส่งออก ปลาแห้ง มาเป็นส่งออก ผัก ผลไม้ บะหมี่

มาเป็น โรงงานน้ำตาล ทำขนสัตว์ ประกันภัย ค้าปลีก

ต่อเรือ ก่อสร้างตึก ทีวี โทรศัพท์มือถือ และ อื่นๆอีกมากมายที่ยังไม่เกิด

“โนเกีย” ตายไปแล้ว

แต่ “ซัมซุง” เป็นอันดับหนึ่งของโลก เรื่องของ “นวัตกรรม” ไม่มี สูตรสำเร็จ

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร
ต้อง กวีวุฒิ เจ้าของเพจแปดบรรทัดครึ่ง พนักงานประจำที่ชอบทำงานไม่ประจำ ผู้ริเริ่มนำ “DESIGN THINKING” วิธีการสร้างนวัตกรรมจาก ซิลิคอน วัลเลย์ มาใช้ในองค์กรชั้นนำของไทย และเป็นอาจารย์ไม่ประจำ ที่สอนเรื่องนี้เป็นประจำที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รักการอ่าน การเขียน เป็นชีวิตจิตใจ