คนเก่ง อยู่ผิดที่ ไม่นานก็เหี่ยว

ในหน้าร้อนของ “วันธรรมดาๆ” วันหนึ่ง

ระหว่างที่คุณออกมาเดินสูดอากาศ ณ สวนหลังบ้าน ตามปกติ

คุณเหลือบไปเห็น เจ้า “เหยี่ยวทองคำ” 2 ตัว มาเกาะอยู่ที่ “ต้นไม้” หน้าบ้านของคุณ

พลันทำให้คุณนึกถึง ตำนานเล่าขานกันมาแต่โบราณ ว่า

“เหยี่ยวทองคำ” มันชอบอาศัยอยู่ในร่มเงา ของต้นไม้ใหญ่ ที่อุดมสมบูรณ์

ที่เรียกว่า เหยี่ยวทองคำ เป็นเพราะว่า มัน“ออกไข่เป็นทองคำ”

สัปดาห์ละฟอง จนมันสิ้นอายุขัย

ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง จะร่ำรวย ล้นฟ้า

วันนี้ “เหยี่ยวทองคำ” อยู่ตรงหน้าคุณแล้ว มันกำลัง “กระพือปีก” พร้อม หัวที่ส่ายไปมา

คุณจะทำอย่างไร เพื่อจะรักษา “ลาภก้อนโต” อันนี้ไว้

ถ้าผมถามคุณว่า บริษัทอะไรที่มีความสามารถในการสร้าง ‘นวัตกรรม” ได้มากเป็นอันดับต้นๆของโลก

เชื่อว่า ชื่อหนึ่งที่ “แว่บ” เข้ามาในหัวทุกท่านตอนนี้ น่าจะมีชื่อนี้อยู่

“กูเกิ้ล (Google)”

หลายคนรู้จัก Google หรือ ว่า “อากู๋” จากการค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ท

หรือที่เรียกกันว่า “กูเกิ้ล เสิร์ช (Google Search)”

ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน คนหนุ่ม คนสาว ผู้สูงวัย

ผมเชื่อว่า คงจะได้เคยใช้บริการเจ้า กูเกิ้ล เสิร์ช มาบ้าง ไม่มากก็น้อย

เย็นนี้จะทานอะไรดี อากาศที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไร คำนี้แปลว่าอะไร ผลฟุตบอลเมื่อคืนเป็นเท่าไร

“อากู๋” ช่วยท่านได้ทั้งสิ้น

บริษัท “กูเกิ้ล (Google)” ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1998 โดย หนุ่มน้อยสองคน ณ มหาวิทยาลัย แสตนฟอร์ด

“แลรี่ เพจ” และ “เซอร์เจย์ บริน”

ทั้งคู่ ตัดสินใจร่วมหัวจมท้าย ด้วยเพราะ มีแนวคิดในการ “สร้างองค์กร” เหมือนกัน คือ

หนึ่ง “หาคนเก่งเข้ามาทำงาน”

สอง “ให้อิสรภาพแก่พวกเขา”

เริ่มที่ “การหาคนเก่ง”

เอริค ชมิดส์ อดีด ซีอีโอ (CEO) ของ กูเกิ้ล เคยบอกไว้ว่า

ในโลกยุคนี้ การทำงานทุกส่วนต้อง “รวดเร็ว”

ไม่ว่าจะเป็น การผลิตสินค้า การขาย การประชุมงาน การสื่อสาร

บริษัทที่ “เร็วที่สุด” จะเป็นผู้ชนะ

แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้น มีอยู่หนึ่งสิ่ง ที่ไม่ว่า สถานการณ์จะบีบบังคับแค่ไหน

ต้องทำให้ “ช้า” และ “ชัวร์” ที่สุด

นั่นคือ “การเลือกคน”

ทำให้ คนที่จะได้รับเลือกเข้าทำงานที่กูเกิ้ลได้นั้น จะต้องเก่ง อภิมหาเก่ง จริงๆ

ขนาดไหนน่ะหรอ มาลองดูตัวเลขสถิติเล่นๆ กันครับ

จากสถิติ การรับนักศึกษาเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง “ฮาร์วาร์ด”

บอกว่า ในจำนวนผู้สมัคร 100 คน จะมีผู้ได้รับคัดเลือกเข้าเรียน เพียงแค่ 6 คนเท่านั้น

ให้ทายว่า ถ้ามีคนสมัครทำงาน กูเกิ้ล 100 คน จะมีผู้ได้รับคัดเลือก สักกี่คน

…………………………………….

เลขที่ออกคือ “0.2 คน” ครับ หรือว่า “เสี้ยวคน”

นั่นหมายความว่า ในบรรดาผู้สมัคร 500 คน จะมีผู้ถูกรับเข้าทำงานเพียงคนเดียวเท่านั้น

หรือว่า “หนึ่งในห้าร้อย” นั่นเอง

รู้แล้ว จะมัวรอช้าทำไมครับ ส่ง ใบสมัครกันเลย

เอาล่ะ ได้ ”คนเก่ง” เข้ามาแล้ว เป็นจุดเริ่มต้นของ ความสำเร็จ

ทีนี้ จะทำอย่างไรกันต่อ กับ “คนเก่ง”เหล่านี้ดีล่ะ

ทำอย่างไรให้ “ม้าศึก” ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ออกดอก ออกผล คุ้มเงินเดือนที่จ่ายไป

กูเกิ้ลบอกไว้ว่า ก็ให้ “อิสรภาพ” พวกเขาสิ

เริ่มจาก เรื่องง่ายๆ คือ “เวลาทำงาน”

ที่ กูเกิ้ล เวลาเข้าทำงานไม่มีกำหนดตายตัว เช่น มาทำงานแปดโมงเช้า เลิกงานห้าโมงเย็น

พนักงานจะมาเมื่อไร ไม่มีใครว่า เอาให้งานเสร็จเป็นพอ

ซึ่งตรงข้ามโดยสิ้นเชิงกับ “การตอกบัตร”

ที่ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง ในองค์กรไทยบางแห่ง

อีกเรื่องที่ดูจะทำให้ผู้บริหารในองค์กรไทยหลายท่าน ฉงน งงงวย กันไปหลายตลบ

ก็คือ “กูเกิ้ล” ให้เวลาพนักงาน หนึ่งวัน ต่อ สัปดาห์ หรือ 20 เปอร์เซ็นต์ ของเวลางาน

ศึกษา หรือ ทำงานอะไรก็ได้ ที่ตัวเองอยากทำ

จะเดินไปกินกาแฟ คุยกับใครก็ได้ ในบริษัท นอกบริษัท ไม่ว่ากัน เอาให้เต็มที่

”ผลลัพธ์” จาก “อิสรภาพ” ที่ให้ไป นะหรือครับ

ก็ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเช่น จีเมลล์ (Gmail) หรือ กูเกิ้ลแมพ (Google Map)

ที่มีคนอยู่แค่ ไม่กี่ “ร้อยล้านคน” ทั่วโลก ใช้กันอยู่ทุกวัน นั่นเอง

ดู “บ้าบอ” สิ้นดี มั๊ยครับ

ผู้บริหารหลายๆท่าน อ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะเริ่มคิดว่า

อย่าได้คิดเชียว ถ้าเป็นองค์กรฉันละก็ พนักงานคงจะชวนกันไปเที่ยวชอปปิ้ง เล่นอินเตอร์เน็ท กันสนุกสนาน

ไม่มีใครมานั่งศึกษาอะไรที่เกี่ยวกับการทำงานของตัวเองหรอก

“จริง” ครับ องค์กรในบ้านเราอาจจะยังไม่พร้อม ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง

ผมขออนุญาต ฝาก คำพูด ของเล็กๆน้อยๆไว้เผื่อ “คิดต่อ” ครับ

“เอริค ชมิดส์” อดีต ซีอีโอของ กูเกิ้ล เคยบอกไว้ อย่างน่าสนใจว่า

ถ้าคุณต้องมีกฎระเบียบมากมาย มาควบคุมพนักงาน เพราะ “ความไม่เชื่อใจ”

คุณควรถามตัวเองว่า “เลือกพวกเขาเหล่านั้นที่ไว้ใจไม่ได้เข้ามาตั้งแต่แรกได้อย่างไร”

กลับมาที่เรื่อง “เหยี่ยวทองคำ”

ทำอย่างไรกันดีครับ มันอยู่ตรงหน้า ท่านแล้ว

หลายท่านอาจจะคิดอยู่ในใจ

ก็จับมันขัง “กรง” เลยสิ มันจะได้ไม่บินหนี

จะได้ออก “ไข่ทองคำ” มาให้เรา ตลอดปี ตลอดไป กันเลยทีเดียว

จนเมื่อเวลาผ่านไป มาพบทีหลังว่า การถูกหน่วงเหนี่ยว “อิสรภาพ”

ทำให้เจ้า “เหยี่ยวทองคำ” เกิดอาการเครียด และ ไม่ “ออกไข่” อีกเลย

กลายเป็น ไม่ต่างจาก “ลูกนกกระจิบ” ตัวหนึ่ง

บางท่าน เลือกที่จะ “รดน้ำ ใส่ปุ๋ย พรวนดิน” อย่างสม่ำเสมอ

ให้ต้นไม้หน้าบ้าน ได้แตกกิ่งก้านสาขา

เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้กับ “เหยี่ยวทองคำ”

จนมัน “รัก” ต้นไม้แห่งนี้ อย่างที่ไม่เคยรัก ต้นไม้ ต้นไหนมาก่อน

พวกมัน ตัดสินใจ “สร้างรัง” ตั้งรกรากอยู่ที่บ้านของคุณ

แถมชวน เพื่อนๆ “เหยี่ยวทองคำ” ให้มาอยู่ด้วยกันอีก จากสอง เป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพันตัว

จน ทำให้เพื่อนบ้านขี้อิจฉา ที่จ้องแต่จะ “กักขัง” เจ้านกน้อย ฉงน สงสัย ว่า

“คุณใช้กรงยี่ห้ออะไร”

“องค์กร” ของคุณล่ะครับ

ได้ “ไข่ทองคำ” มาเชยชม บ้างหรือยัง

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร
ต้อง กวีวุฒิ เจ้าของเพจแปดบรรทัดครึ่ง พนักงานประจำที่ชอบทำงานไม่ประจำ ผู้ริเริ่มนำ “DESIGN THINKING” วิธีการสร้างนวัตกรรมจาก ซิลิคอน วัลเลย์ มาใช้ในองค์กรชั้นนำของไทย และเป็นอาจารย์ไม่ประจำ ที่สอนเรื่องนี้เป็นประจำที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รักการอ่าน การเขียน เป็นชีวิตจิตใจ